Forum Replies Created
- Replies
-
- มิถุนายน 11, 2022 เวลา 12:40 am
- in reply to: ใช้ที่โกนหนวดร่วมกัน
ทางที่ดีควรไปตรวจเลือดดูนะครับจะได้ทรายสถานะของเลือดตัวเอง
- มิถุนายน 11, 2022 เวลา 12:40 am
- in reply to: ใช้ที่โกนหนวดร่วมกัน
หากใช้ของมีคมร่วมกัน อาจมีโอกาสรับเชื้อได้จากแผลหรือเลือดออกเล็กน้อยที่อาจมองไม่เห็น จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ของมีคมร่วมกัน และควรหลีกเลี่ยงการติดต่อและสัมผัสกับผู้ป่วยที่มีเชื้อ hiv- มิถุนายน 11, 2022 เวลา 12:38 am
- in reply to: เสี่ยงการเป็นโรคไหม
ถ้ากังวลก็ควรไปตรวจเลือดดูนะครับ- มิถุนายน 11, 2022 เวลา 12:38 am
- in reply to: เสี่ยงการเป็นโรคไหม
คงเสี่ยงน้อยมากครับ เพราะการใช้ถุงยางจะทำให้ไม่สัมผัสกับ น้ำหล่อลื่นของอีกฝ่าย- มิถุนายน 11, 2022 เวลา 12:37 am
- in reply to: เสี่ยงติดเชื้อ hiv
หากหลังจากที่ไปเสี่ยงมาเมื่อ 5เดือนก่อน แล้วไม่มีความเสี่ยงใหม่ ผลตรวจเลือดนี้เชื่อถือได้ครับ ซึ่งไม่จำเป็นต้องตรวจซ้ำ แต่หากมีความกังวล สามารถไปตรวจซ้ำที่ 6 เดือน เพื่อให้มั่นใจมากขึ้น- มิถุนายน 11, 2022 เวลา 12:35 am
- in reply to: มีแผลไปจับลูกบิด
เชื้อไวรัส HIV นั้น เมื่ออยู่นอกร่างกายแล้ว จะตายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ดังนั้น หากน้ำอสุจิที่มีเชื้อ HIV ออกมาจากร่างกายและผ่านมา 30 ชั่วโมงแล้ว เชื้อ HIV ก็น่าจะตายหมดแล้วครับ และการนำมือที่มีแผลไปจับบริเวณที่เปื้อนน้ำอสุจิ ก็จะไม่ได้ทำให้ติดเชื้อ HIV ได้ครับ- มิถุนายน 10, 2022 เวลา 1:19 am
- in reply to: ลืมกินยาต้านเชื้อ Hiv
การขาดยาต้านไวรัสเอช ไอวี จะมีผลให้ระดับยาลดลงและทำให้มีโอกาสที่เชื้อดื้อยาได้นะคับแนะนำว่าให้รับประทายาในวันนี้ และวันต่อๆไปอย่างตรงเวลา สม่ำเสมอนะคับ โดยตั้งนาฬิกาปลุกเพื่อเตือนให้รับประทานยาทุกวัน และแนะนำไปพบแพทย์ที่ดูแลตามนัดนะคับ
- มิถุนายน 10, 2022 เวลา 1:18 am
- in reply to: กินยา pep ครบ 28 วัน
หากได้ไปตรวจเลือดหาการติดเชื้อ HIV ที่คลินิกนิรนาม ซึ่งจะใช้วิธีการตรวจหาด้วย fourth generation โดยเป็นการตรวจหาทั้งแอนติบอดี้ต่อเชื้อ และตรวจหาแอนติเจนของเชื้อ (p24 antigen) ซึ่งจะเริ่มตรวจเจอเชื้อได้ตั้งแต่ 2 สัปดาห์หลังจากรับเชื้อมา และตรวจเจอได้เกือบ 100% ที่ 1 เดือนดังนั้น หากได้ตรวจหลังจากที่ทานยาครบไป 28 วันแล้ว หรือหลังจากที่ไปมีความเสี่ยงมาที่ 29 วัน แล้วผลเป็น non-reactive กับ negative ก็แสดงว่าไม่ได้มีการติดเชื้อคับ
- มิถุนายน 10, 2022 เวลา 1:16 am
- in reply to: อยู่บ้านเดียวกัน
ถ้าไม่มีเพศสัมพันธ์ก็ไม่ติด ถ้าเพียงแค่อยู่บ้านเดียวกัน กินข้าวด้วยกัน จับมือถูกเนื้อต้องตัวตามปกติ นอนเตียงเดียวกัน ใช้ห้องน้ำร่วมกัน ซักเสื้อผ้าร่วมกัน แค่นี้ไม่ติดครับ- มิถุนายน 10, 2022 เวลา 1:14 am
- in reply to: ใช้ห้องน้ำร่วมกัน
อุจจาระและน้ำปัสสาวะมีปริมาณไวรัสที่น้อยมากจนไม่สามารถติดต่อกันได้ ดีไม่ดีโดนน้ำยาฆ่าเชื้อก็หงิกไปเลย ส่วนน้ำอสุจิหรือน้ำจากช่องคลอดก็ไม่สามารถอยู่ในห้องน้ำได้นาน แม้จะสัมผัสถูกผิวหนังบางส่วนนอกร่างกายก็ไม่สามารถผ่านสู่ร่างกายได้ อย่างไรก็ตามการใช้น้ำยาล้างห้องน้ำทำความสะอาดเป็นครั้งคราวก็ช่วยได้เยอะ เพราะน้ำยาเหล่านี้เป็นตัวฆ่าเชื้อเอชไอวีโดยตรงทีเดียว- มิถุนายน 9, 2022 เวลา 4:11 am
- in reply to: อยากถามเรื่องการตรวจครับ
ขั้นตอนการตรวจมี 4 ขั้นตอน คือ- รับการปรึกษาก่อนการเจาะเลือด
- เจ้าหน้าที่เจาะเลือด
- รับการปรึกษาก่อนฟังผลเลือด
- แจ้งผลเลือด พร้อมแนะนำให้มาตรวจเอชไอวีซ้ำเป็นระยะ หรือ ส่งต่อเข้าสู่บริการดูแลรักษาอื่น ๆ ที่จำเป็น สิ่งสำคัญในการตรวจเอชไอวี คือ ผู้รับบริการเป็นคนตัดสินใจ ไม่บังคับ มีการพูดคุยก่อนเจาะเลือด และต้องแจ้งผลตรวจแก่ผู้รับบริการ ทุกขั้นตอนประกอบขึ้นเป็นคำว่า VCT หมายถึง การตรวจด้วยความสมัครใจพร้อมได้รับการปรึกษา
- มิถุนายน 9, 2022 เวลา 4:10 am
- in reply to: ผมมีเลือดบวก !!
สามารถจัดการได้ โดย – รีบพบแพทย์ รู้เร็ว รักษาเร็ว สุขภาพแข็งแรง ชีวิตยืนยาว การรีบพบแพทย์จะทำให้เราเข้าถึงการดูแลรักษาได้เร็วขึ้นและเข้าถึงยาต้านไวรัสได้เร็วขึ้น – หากลุ่มช่วยเหลือด้านจิตใจ ทุกวันนี้มีหน่วยงานและกลุ่มอาสาสมัครที่ช่วยเหลือด้านจิตสังคมมากมาย อีกทั้งยังให้คำแนะนำเรื่องการเข้าถึงยาต้านไวรัส – ค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องเอชไอวีและการอยู่ร่วมกับเชื้อ การได้ทราบข้อมูลที่มีประโยชน์จะช่วยคลายกังวลได้มาก หากเพื่อนไม่มีเน็ตก็สามารถสอบถามไปยังองค์กรที่ช่วยเหลือ (โทร. 1663) ได้ – ดูแลสุขภาพตัวเอง ไม่รับเชื้อเพิ่ม ไม่แพร่เชื้อ อย่าลืมว่าผู้มีเชื้อคนอื่นอาจมีเชื้อดื้อยา หากรับเชื้อมาอาจทำให้เราดื้อยาต้านไวรัส หรือเราอาจติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มาก็ได้ ดังนั้นต้องใช้ถุงยางทุกครั้งกับทุกคน- มิถุนายน 9, 2022 เวลา 4:08 am
- in reply to: จูบกันติดเชื้อไหมครับ ?
ไม่ติดเพราะโรคเอดส์ไม่ติดทางน้ำลาย และถ้าไม่ขนาดจูบกันจนเลือดกบปากกันทั้งคู่โอกาสก็ไม่มี- มิถุนายน 9, 2022 เวลา 4:06 am
- in reply to: HIV ใช่เอดส์ไหมครับ?
HIV กับ เอดส์ ต่างกันนะเชื้อ HIV : เป็นเชื้อไวรัสที่ทำลายระบบภูมิคุ้มกันของคน เป็นสาเหตุทำให้ภูมิคุ้มกันบกพร่องถ้าไม่รีบรักษาจะทำให้ป่วยเป็นโรคเอดส์ได้
โรคเอดส์ : การติดเชื้อ HIV ในระยะสุดท้าย โดยระบบภูมิคุ้มกันถูกทำลายจนไม่สามารถต้านทานโรคต่างๆ ได้แล้ว
ติดเชื้อ HIV ทางไหนได้บ้าง?
- การมีเซ็กส์แบบสดกับคนที่มีเชื้อ HIV และติดผ่านทางสารคัดหลั่งต่างๆ เช่น เลือด น้ำเหลือง น้ำอสุจิ น้ำในช่องคลอด น้ำนม ( HIV ไม่ติดผ่านน้ำลาย ปัสสาวะ น้ำตา หรือเหงื่อ)
- ติดผ่านเลือดโดยการใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้มีเชื้อ HIV หรือได้รับเลือดจากผู้ที่มีเชื้อ HIV
- การติดจากแม่สู่ลูก การติดเชื้อระหว่างตั้งท้อง ระหว่างคลอด รวมถึงการให้นมบุตร
เชื้อ HIV แบ่งออกเป็น 3 ระยะ
- ระยะแรก จะไม่ค่อยออกอาการมาก อยู่ในภาวะเริ่มติดเชื้อ
- ระยะที่ 2 เริ่มมีตุ่มขึ้นตามร่างกาย มีเชื้อราในปาก งูสวัด
- ระยะที่ 3 เป็นโรคเอดส์และมีการติดเชื้อฉวยโอกาส เช่น เชื้อราขึ้นสมอง วัณโรค ต่อมน้ำเหลืองกระจายทั่วร่างกาย ปอดอักเสบ หรือเชื้อไวรัสขึ้นจอตาถึงขั้นตาบอด เป็นต้น
สรุป ก็คือระยะที่ 1 และ 2 ของการติดเชื้อไวรัส HIV ยังไม่เรียกว่าเป็นโรคเอดส์ เราจะเรียกระยะที่ 3 ของการติดเชื้อว่าเป็นโรคเอดส์เท่านั้น
- มิถุนายน 9, 2022 เวลา 4:04 am
- in reply to: HIV ใช่เอดส์ไหมครับ?
“ไม่ใช่” ครับ ผู้มีเชื้อเอชไอวีกับผู้ป่วยเอดส์แตกต่างกัน ผู้ป่วยเอดส์จะต้องมีอาการแสดงของโรคเอดส์และได้รับการวินิจฉัยจากหมอแล้ว สำหรับผู้มีเชื้อ บางคนอาจกินยาต้านไวรัส บางคนอาจไม่ต้องกินเพราะ CD4 ยังสูงอยู่