anonymous thailand

Forum Replies Created

กำลังดู 15 ข้อความตอบกลับ - 61 ผ่านทาง 75 (ของทั้งหมด 138)
  • Replies
  • anonymous thailand
    Participant
    สามารถจัดการได้ โดย – รีบพบแพทย์ รู้เร็ว รักษาเร็ว สุขภาพแข็งแรง ชีวิตยืนยาว การรีบพบแพทย์จะทำให้เราเข้าถึงการดูแลรักษาได้เร็วขึ้นและเข้าถึงยาต้านไวรัสได้เร็วขึ้น – หากลุ่มช่วยเหลือด้านจิตใจ ทุกวันนี้มีหน่วยงานและกลุ่มอาสาสมัครที่ช่วยเหลือด้านจิตสังคมมากมาย อีกทั้งยังให้คำแนะนำเรื่องการเข้าถึงยาต้านไวรัส – ค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องเอชไอวีและการอยู่ร่วมกับเชื้อ การได้ทราบข้อมูลที่มีประโยชน์จะช่วยคลายกังวลได้มาก หากเพื่อนไม่มีเน็ตก็สามารถสอบถามไปยังองค์กรที่ช่วยเหลือ (โทร. 1663) ได้ – ดูแลสุขภาพตัวเอง ไม่รับเชื้อเพิ่ม ไม่แพร่เชื้อ อย่าลืมว่าผู้มีเชื้อคนอื่นอาจมีเชื้อดื้อยา หากรับเชื้อมาอาจทำให้เราดื้อยาต้านไวรัส หรือเราอาจติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มาก็ได้ ดังนั้นต้องใช้ถุงยางทุกครั้งกับทุกคน
    anonymous thailand
    Participant
    ไม่จริงครับ เนื่องจากถุงยางทำมาจากยางเมื่อยางกับยางเสียดสีกันนานจะทำให้แตกได้ ง่ายกว่า ดังนั้นการใส่เพียงชั้นเดียวอย่างถูกวิธีทุกครั้งก็เพียงพอแล้วที่จะป้องกัน โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์รวมทั้งเอดส์ด้วย
    anonymous thailand
    Participant
    ผลข้างเคียงของยาต้านไวรัส อาจเกิดขึ้นแตกต่างกันออกไปในแต่ละคน บางคนก็ไม่มีอาการใดๆ เลย ส่วนใหญ่มักจะเป็นในระยะแรกที่เริ่มทานยาใหม่ๆ และจะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 2-3 เดือนต่อมา อาการเหล่านั้น ได้แก่

    ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ

    คลื่นไส้ อาเจียน

    ท้องเสีย หรือท้องอืด

    นอนไม่ค่อยหลับ อ่อนเพลีย

    เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลง

    มีผื่นขึ้นตามร่างกาย หรือเป็นลมพิษ

    อาการเหล่านี้ถือว่าเป็นอาการที่ไม่รุนแรงมากนัก สามารถหายไปได้เอง แต่หากผู้ติดเชื้อที่ทานยาต้านแล้วเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง เช่น รู้สึกหายใจไม่สะดวก หายใจไม่อิ่มท้อง ชาปลายมือปลายเท้า เยื่อบุอ่อนพองบวม มีอาการเหนื่อยหอบ เกิดอาการช็อค หมดสติ ควรรีบพบแพทย์ทันที ทางที่ดี หากคุณเคยแพ้ยาชนิดใดมาก่อน ควรแจ้งแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ดูแลก่อนรับยาต้านไวรัสเอชไอวี เพื่อวินิจฉัยการใช้ยาต้านไวรัสและติดตามอาการแพ้ของผู้ติดเชื้ออย่างใกล้ชิด

    anonymous thailand
    Participant
    – ผู้มีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน ไม่ใช้ถุงยางอนามัย

    – เกิดอุบัติเหตุระหว่างมีเพศสัมพันธ์ เช่น ถุงยางอนามัยฉีกขาด หรือหลุดออก

    – ผู้ที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ตั้งใจ

    – ผู้ที่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น

    – เจ้าหน้าที่การแพทย์ที่ถูกเข็มทิ่มตำ มีดผ่าตัดบาด หรือสัมผัสเลือดของผู้ติดเชื้อ

    anonymous thailand
    Participant
    ยาเป๊ป ถือเป็นยาที่ควรให้ความใส่ใจ และมีวินัยในการทานยาอย่างเคร่งครัด การทานยาให้ตรงต่อเวลาเป็นประจำทุกวัน จนกว่าจะครบกำหนดที่ 28 วันถือเป็นสิ่งที่จะช่วยให้ประสิทธิภาพของการป้องกันเชื้อเอชไอวีได้ผลดี หากลืมทานยาเป๊ป ให้ทานทันทีตอนที่คุณนึกขึ้นได้ และทานยาเวลาเดิมในวันถัดไป อาจเลือกใช้นาฬิกาปลุกหรือตั้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือเพื่อให้คุณไม่พลาดการทานยา ระหว่างที่กำลังทานยาเป๊ปอยู่ควรงดเว้นการมีเพศสัมพันธ์ไปก่อน หรือหากจำเป็นจริงๆ ต้องอย่าลืมใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง
    anonymous thailand
    Participant
    ตรวจ HIV ง่ายกว่าที่คิด ข้อมูลทุกอย่างของคนไข้จะถูกเก็บเป็นความลับจะมีแต่ผู้ที่เกี่ยวข้องในสถานที่ตรวจเท่านั้น) จากนั้นจึงจะเจาะเลือดเพื่อนำไปตรวจการติดเชื้อเอชไอวี จะใช้เวลาประมาณ 20 นาที หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่จะให้บริการปรึกษาอีกครั้งก่อนรับฟังผลเลือดและวางแผนการดูแลตนเองและแผนในการใช้ชีวิต

    เมื่อผลเป็นลบ เลือกวิธีการป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น PrEP หรือถุงยางอนามัย

    แต่ถ้าผลเลือดคุณเป็นบวก ก็เข้าสู่การรักษาได้ทันทีเมื่อทราบผล นอกจากนี้ยังวางแผนในการดูแลตัวเอง และมีชีวิต ตามปกติ และยาวนาน

    anonymous thailand
    Participant
    สำหรับการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก ผู้ที่เป็นฝ่ายรับมีความเสี่ยงติดเชื้อเอชไอวี 1.38% โดยจากสถิติ การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักกับคนที่มีเชื้อเอชไอวีโดยเป็นฝ่ายรับ ทำให้มีโอกาสติดเชื้อเอชไอวี 138 ครั้งจากทุก 10,000 ครั้ง หรือประมาณ 1.38%

    ดั้งนั้นใครที่เป็นรับ ก็ควรเพิ่มการป้องกันไม่ว่าจะเป็น การใช้ยาเพร็พควบคู่กับการใช้ถุงยางด้วยนะครับ

    anonymous thailand
    Participant
    ถ้าไม่ได้สอดใส่ ก็เสี่ยงน้อยอะ นอกจากมีแผลที่จู๋ หรือน้ำเยอะมากเข้าไปผ่านท่อปัสสาวะ รอสัก 1 เดือนลองไปตรวจเลือดดูนะครับ
    anonymous thailand
    Participant
    มีโอกาศแต่%ในการติดจะน้อยนะครับ

    เพราะในกรณีที่ในช่องปากเรามีแผลมีโอกาศติดได้ครับ

    เบื้องต้นไปตรวจเลือดดูก่อนครับ

    anonymous thailand
    Participant
    มีโอกาสแต่%ในการติดจะน้อยนะครับ

    เบื้องต้นไปตรวจเลือดดูก่อนครับ

    anonymous thailand
    Participant
    เข้า ไปหยุดยั้งการแบ่งตัวของเชื้อเอชไอวี เมื่อเชื้อมีน้อยลงภูมิต้านทาน (CD4) ก็ดีขึ้น ผู้ติดเชื้อก็จะไม่ป่วยและไม่เสียชีวิตจากเอดส์เพียงแต่ต้องกินยาไปตลอด ชีวิต
    anonymous thailand
    Participant
    การตรวจยืนยันว่ามีการติดเชื้อไวรัส hiv หรือไม่นั้น สามารถให้ผลได้แน่นอนและเป็นการยืนยันเมื่อหลังจากมีความเสี่ยงมา 3 เดือนค่ะ โดยเป็นการตรวจภูมิคุ้มกันต่อร่างกายที่สร้างขึ้นมาต่อต้านเชื้อ hiv ถ้าไม่เจอภูมิคุ้มกันดังกล่าว ก็คือไม่มีการรับเชื้อ

    ดังนั้นถ้าได้ตรวจยืนยันทั้ง 3/4/5 เดือนหลังมีความเสี่ยง ไม่พบเชื้อ ผลก็แน่นอนเกือบจะ 100%

    ส่วนอาการตุ่มแดงๆที่ขึ้นตามตัว อาจมีสาเหตุอื่นได้หลายอย่างเช่นผดร้อน ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ผื่นแพ้จากการสัมผัส ตุ่มถูกแมลงกัด หากตุ่มที่เป็นลุกลาม คัน เจ็บปวดควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุอื่นๆเพิ่มเติม และโรค hiv ในช่วงปีแรกมักไม่ได้มีอาการทางผิวหนังที่ชัดเจน

    anonymous thailand
    Participant
    จริงๆ การเริ่มยาต้าน เร็วเท่าไหร่ ก็จะมีผลดีต่อผู้รับยานะครับ
    anonymous thailand
    Participant
    ผู้ติดเชื้อทุกรายที่ตรวจพบว่าติดเชื้อไม่ว่า CD4 จะเท่าใดสามารถเริ่มยาต้านไวรัสได้ฟรีตามโรงพยาบาลที่มีสิทธิ์บัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือบัตรประกันสังคม
    anonymous thailand
    Participant
    กลุ่มเสี่ยงคนที่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย ไม่ใส่ถุงยางอนามัย ไม่ได้ป้องกันตัวเอง

    กลุ่มคนที่คิดว่าคู่นอนของตัวเองมีความเสี่ยงต่อโรคซิฟิลิส

    กลุ่มคุณพ่อคุณแม่ที่วางแผนจะมีบุตร

กำลังดู 15 ข้อความตอบกลับ - 61 ผ่านทาง 75 (ของทั้งหมด 138)

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า