LGBTQ+ ที่เพิ่งรู้ว่ามีเอชไอวีแต่ยังไม่พร้อมเริ่มยาต้าน บอกผู้ให้การปรึกษาที่คลินิกได้ตรง ๆ ว่ากังวลเรื่องอะไร แนวทางการรักษาเอชไอวีของไทยปี 2564/2565 ให้เริ่มยาเมื่อผู้มีเชื้อพร้อม ถ้าทำได้ให้เริ่มในวันที่วินิจฉัย ถ้าไม่ได้ให้พิจารณาเริ่มโดยเร็วที่สุด และเขียนว่าการไม่เลือกกินยาเป็นสิทธิของผู้ป่วย

แนวทางเล่มเดียวกันเขียนว่าการเริ่มยาในวันเดียวกับที่วินิจฉัยช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากการเริ่มยาช้า ส่วนคู่มือของกรมควบคุมโรคให้ทีมสุขภาพช่วยต่อเนื่องและเสนอการเริ่มยาโดยเร็วที่สุดอีกครั้ง ผู้เขียนแนะนำให้ขอวันนัดครั้งถัดไปก่อนกลับ และอย่าซื้อยาต้านมากินเอง

ยังไม่พร้อมเริ่มยาต้าน แนวทางไทยเขียนไว้อย่างไร

แนวทางการรักษาเอชไอวีของไทย ปี 2564/2565 แนะนำให้เริ่มยาต้านในผู้มีเชื้อทุกคนที่พร้อมและเข้าใจเรื่องการกินยาระยะยาว ถ้าสถานบริการพร้อมและแพทย์พิจารณาแล้ว ควรเริ่มในวันเดียวกับที่วินิจฉัย ถ้าทำไม่ได้ ควรพิจารณาเริ่มโดยเร็วที่สุดภายใน 7 วัน ในคนที่ตรวจคัดกรองเบื้องต้นแล้วไม่พบโรคติดเชื้อฉวยโอกาส

แนวทางให้เหตุผลของการเริ่มในวันเดียวกันไว้ เช่น กดไวรัสได้เร็วที่สุด ลดโอกาสถ่ายทอดเชื้อ และลดอัตราการเสียชีวิตจากการเริ่มยาช้า ส่วนตารางการเตรียมตัวก่อนเริ่มยาเขียนว่าต้องเตรียมผู้มีเชื้อให้พร้อมกับการกินยาตลอดชีวิต และให้คำนึงถึงทางเลือกของผู้มีเชื้อ ในกรณีที่ไม่เลือกการกินยาเป็นสิทธิของผู้ป่วย

คู่มือการจัดบริการเริ่มยาต้านภายในวันเดียวกับการตรวจวินิจฉัย ของกรมควบคุมโรค ปี 2564 วางหลักการให้การปรึกษาไว้ เช่น การรักษาความลับ ซึ่งครอบคลุมผลเลือดและข้อมูลการรักษา และการยินยอมรับการรักษาโดยสมัครใจ ไม่เป็นการบังคับ ผู้เขียนเห็นว่าการขอเวลาจึงพูดออกมาได้ แต่คู่มือเล่มเดียวกันก็เขียนว่าถ้าเริ่มรักษาช้าจะมีผลต่อสุขภาพ เช่น ภูมิคุ้มกันต่ำ มีโอกาสป่วยด้วยโรคติดเชื้อฉวยโอกาส และภูมิคุ้มกันกลับสู่ระดับปกติได้ยากขึ้น

ตัวเลขของไทย ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและหญิงข้ามเพศเริ่มยาเร็วแค่ไหน

การสำรวจดัชนีการตีตราผู้มีเชื้อเอชไอวีของไทย (Stigma Index 2.0) ช่วงสิงหาคม 2565 ถึงมกราคม 2566 ถามผู้มีเชื้ออายุเกิน 18 ปีที่รู้สถานะมาอย่างน้อย 12 เดือน 2,508 คน จาก 24 จังหวัด พบว่า

  • ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย 226 คน ร้อยละ 41 เริ่มยาทันทีหรือในวันที่ได้รับการวินิจฉัย และร้อยละ 36 เริ่มหลังจากนั้นแต่ไม่เกินหนึ่งเดือน
  • ผู้ตอบที่ระบุตัวเองเป็นหญิงข้ามเพศ 178 คน ร้อยละ 22 เริ่มยาทันทีหรือในวันที่ได้รับการวินิจฉัย ส่วนผู้ตอบทั้งหมดอยู่ที่ร้อยละ 24
  • ในหญิงข้ามเพศกลุ่มเดียวกัน ร้อยละ 10 เคยมีเหตุให้ไม่กินยาต้านในรอบ 12 เดือน เพราะกังวลว่าคนอื่นจะรู้สถานะ และร้อยละ 17 เคยหยุดยาหรือกินไม่สม่ำเสมอ ส่วนผู้ตอบทั้งหมดอยู่ที่ร้อยละ 6.9 และ 10 ตามลำดับ

รายงานเขียนในส่วนข้อจำกัดว่าการสำรวจสถานที่เพื่อหาผู้ตอบทำได้ไม่ครบในหลายจังหวัด และผู้ตอบที่เป็นคนข้ามเพศมีน้อยกว่ากลุ่มอื่น ผู้เขียนเห็นว่าตัวเลขชุดนี้ใช้แทนคนหลากหลายทางเพศที่มีเชื้อทั้งประเทศไม่ได้

ภาพประกอบ: LGBTQ+ มีเอชไอวี ยังไม่พร้อมเริ่มยาต้าน ทำอะไรได้บ้าง (2/3)
Quicky

ความกังวลแบบไหนที่บอกผู้ให้การปรึกษาได้

คู่มือปี 2564 ให้ผู้ให้การปรึกษาเปิดโอกาสให้ผู้มีเชื้อเล่าความเชื่อ แรงจูงใจ และความกังวลหรืออุปสรรคในการเริ่มยา เช่น ต้องการปิดบังผลเลือด ปัญหาครอบครัว ปัญหาทางสังคมเศรษฐกิจ หรือเรื่องสิทธิประโยชน์การรักษา ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ คู่มือให้ผู้ให้การปรึกษาช่วยชั่งข้อดีข้อเสียของการเริ่มยาเร็วกับการชะลอไว้ ตามความเห็นของผู้มีเชื้อเอง แล้วแก้ข้อที่ยังเข้าใจผิด

ในส่วนสัมภาษณ์เชิงลึกของ Stigma Index 2.0 กลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย 30 คน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ภาคเหนือ ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว ผู้ให้สัมภาษณ์คนหนึ่งเล่าว่าพยายามเลี่ยงไม่ให้เจอกลุ่มคนเดิมที่คลินิก และต้องระวังตัวเพราะหน่วยบริการหลายแห่งไม่เป็นส่วนตัว

ส่วนกลุ่มคนข้ามเพศ 30 คน ซึ่งส่วนใหญ่ทำงานแถบพัทยา และทุกคนเคยเป็นพนักงานบริการทางเพศ บางคนเล่าเหตุที่ไม่ไปรักษา เช่น ถูกตีตราในโรงพยาบาล ต้องอยู่หอผู้ป่วยชาย บริการไม่เป็นส่วนตัว และกังวลเรื่องการรับยาต้านทางไปรษณีย์

ผู้เขียนแนะนำให้บอกความกังวลเป็นเรื่อง ๆ เช่น กลัวเจอคนรู้จักตอนรับยา ยังไม่อยากให้ที่บ้านรู้ หรือกังวลเรื่องชื่อที่ใช้เรียก ถ้ายังไม่อยากเล่าเรื่องเพศวิถีหรือเพศสภาพ ก็เลือกเล่าเท่าที่สบายใจได้ การบอกผู้ให้การปรึกษาไม่ได้แปลว่าต้องบอกคนอื่นเพิ่ม เพราะคู่มือวางหลักให้รักษาความลับ

ช่วงก่อนเริ่มยา ดูแลเรื่องนัดและคู่อย่างไร

คู่มือเขียนว่าเมื่อผู้มีเชื้อยังไม่พร้อมเริ่มยาในวันที่รู้ผล ทีมสุขภาพควรช่วยเหลือต่อเนื่อง เสนอการเริ่มยาโดยเร็วที่สุดอีกครั้ง และมีระบบติดตามนัดไม่ให้หลุดจากบริการก่อนเริ่มยา

  • ขอวันนัดครั้งถัดไปและช่องทางติดต่อคลินิกให้ชัด ถ้าไปตามนัดไม่ได้ ให้แจ้งเลื่อน อย่าหายไปเฉย ๆ
  • ถ้าไม่สบายระหว่างนี้ ผู้เขียนแนะนำให้ไปพบแพทย์โดยไม่ต้องรอวันนัด คู่มือให้แพทย์คัดกรองโรคติดเชื้อฉวยโอกาสก่อนเริ่มยา เพราะบางโรคเป็นอันตรายถ้าเริ่มยาโดยยังไม่ได้รักษาโรคนั้น
  • คู่มือเขียนว่าถ้าเริ่มยาช้า ปริมาณไวรัสยังสูง และมีโอกาสถ่ายทอดเชื้อสู่คู่ถ้าไม่มีการป้องกันวิธีใดเลย ผู้เขียนแนะนำให้ใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ระหว่างนี้
  • อย่าซื้อยาต้านมากินเอง หรือใช้ยาที่คนอื่นให้มา แพทย์เป็นผู้พิจารณาสูตรยาหลังตรวจร่างกาย

เรื่องกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน อ่านต่อได้ที่ กลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน เอชไอวี สำหรับ LGBTQ+ หาที่ไหน

Love2Test

คำถามที่พบบ่อย

ขอเวลาคิดก่อนได้ไหม หรือต้องเริ่มวันนี้เลย

ขอได้ แนวทางการรักษาของไทยปี 2564/2565 เขียนว่าการไม่เลือกกินยาเป็นสิทธิของผู้ป่วย แต่ก็แนะนำให้เริ่มโดยเร็วที่สุดเมื่อพร้อม ผู้เขียนแนะนำให้บอกว่าต้องการเวลาเพราะอะไร และนัดวันกลับมาคุยต่อ แทนการปล่อยไว้โดยไม่มีวันนัด

ภาพประกอบ: LGBTQ+ มีเอชไอวี ยังไม่พร้อมเริ่มยาต้าน ทำอะไรได้บ้าง (3/3)

ที่บ้านยังไม่รู้ เริ่มยาโดยไม่บอกครอบครัวได้ไหม

การรักษาความลับเป็นหลักการข้อแรกของการให้การปรึกษาในคู่มือของกรมควบคุมโรคปี 2564 ผู้เขียนแนะนำให้บอกไปเลยว่ายังไม่อยากให้ที่บ้านรู้ เพื่อวางแผนเรื่องวันนัดและการกินยาด้วยกัน ส่วนวัยรุ่นอายุ 13 ถึง 18 ปีที่มาตรวจเอง คู่มือฉบับนี้ให้ทีมบริการประเมินเรื่องการบอกผู้ปกครองก่อนเริ่มยาเป็นรายครอบครัว และค่อย ๆ บอกไปพร้อมกับการเริ่มยาได้ ให้ถามผู้ให้การปรึกษาตั้งแต่ต้นว่าหน่วยบริการนั้นต้องแจ้งผู้ปกครองหรือไม่

พร้อมเริ่มยาแล้ว ควรถามอะไรในวันนั้น

คู่มือของกรมควบคุมโรคปี 2564 ให้ผู้ให้การปรึกษาให้ข้อมูลตามแนวทางพิจารณาของแพทย์ เช่น สูตรยา อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น วิธีกินยาและวิธีแก้ปัญหาระหว่างกินยา และการติดตามการรักษา โดยเฉพาะนัดแรกหลังเริ่มยา ข้อไหนยังไม่ได้ยินให้ถาม ผู้เขียนแนะนำให้บอกเรื่องฮอร์โมน สมุนไพร หรืออาหารเสริมที่ใช้อยู่วันนั้นด้วย อย่าหยุดหรือปรับทั้งยาต้านและฮอร์โมนเอง ให้แพทย์หรือเภสัชกรเป็นผู้ดูเรื่องยาที่ใช้ร่วมกัน

กลัวเจอคนรู้จักตอนไปรับยา ทำอย่างไรดี

ผู้เขียนแนะนำให้บอกผู้ให้การปรึกษาว่ากลัวเรื่องนี้ เพื่อคุยกันว่ามีวันหรือช่องทางไหนที่สบายใจกว่า ถ้าจะรับยาทางไปรษณีย์ ให้ถามหน่วยบริการก่อนว่าส่งอย่างไร เรื่องนี้อ่านต่อได้ที่ กลัวเจอคนรู้จักที่คลินิกเอชไอวี LGBTQ+ ทำอย่างไร

ไม่อยากกินยาตลอดชีวิต มีทางอื่นแทนไหม

แนวทางการรักษาของไทยปี 2564/2565 ให้เตรียมผู้มีเชื้อให้พร้อมกับการกินยาตลอดชีวิต และพูดถึงสมุนไพรกับการรักษาทางเลือกในฐานะประวัติที่ต้องซักทุกครั้งที่มารับการรักษา ผู้เขียนไม่พบว่าแนวทางเสนอสิ่งเหล่านี้เป็นทางแทนยาต้าน ให้คุยเรื่องความกังวลที่ทำให้ไม่อยากเริ่มยากับผู้ให้การปรึกษา

สรุป

  • ยังไม่พร้อมเริ่มยาต้านพูดได้ แนวทางไทยปี 2564/2565 ให้เริ่มเมื่อพร้อม และเขียนว่าการไม่เลือกกินยาเป็นสิทธิของผู้ป่วย แต่ก็ให้เริ่มโดยเร็วที่สุด
  • บอกผู้ให้การปรึกษาว่ากังวลเรื่องอะไร คู่มือของกรมควบคุมโรคให้ทีมสุขภาพช่วยต่อเนื่องและเสนอการเริ่มยาโดยเร็วที่สุดอีกครั้ง
  • ขอวันนัดให้ชัด ถ้าไม่สบายให้ไปพบแพทย์โดยไม่ต้องรอนัด และอย่าซื้อยาต้านมากินเอง

อ่านต่อได้ที่หน้า ความหลากหลายคือส่วนหนึ่งของเรา ของมูลนิธิเพื่อรัก (Love Foundation)

หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ

Chat Love2Test

แหล่งอ้างอิง