ถ้าที่เรียนหรือวัดขอผลตรวจเอชไอวีเป็นเงื่อนไขก่อนรับเข้า เอกสารของไทยที่บทความนี้เปิดอ่านไม่ได้รองรับการทำอย่างนั้น ประกาศนโยบายระดับชาติปี 2560 ห้ามสถานศึกษาเรียกร้องหรือบังคับให้ตรวจเป็นเงื่อนไขในการรับเข้าเรียน ส่วนมติมหาเถรสมาคมปี 2567 รับทราบความเห็นว่าการบังคับให้ใครก็ตามตรวจหาเชื้อเอชไอวีไม่อาจกระทำได้ตามกฎหมาย และมติเขียนว่าไม่กระทบอำนาจของพระอุปัชฌาย์ในการคัดกรองผู้ขอบวช
ถูกขอผลตรวจเอชไอวี ก่อนรับเข้าเรียนหรือก่อนบวช ทำได้ไหม
เอกสารของไทยที่บทความนี้เปิดอ่านไม่ได้รองรับ กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค เขียนในบทความที่เผยแพร่เมื่อ 20 พฤษภาคม 2567 ว่าการบังคับตรวจเลือดเพื่อเป็นเงื่อนไขในการทำงานหรือกิจกรรมอื่น ๆ นับเป็นการเลือกปฏิบัติที่ยังพบเจอในไทย
ฝั่งสถานศึกษา ประกาศของคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ ลงวันที่ 27 มกราคม 2560 ให้สถานศึกษาวางแนวปฏิบัติที่ไม่กีดกันผู้มีเชื้อเอชไอวีหรือผู้ที่ถูกสงสัยว่ามีเชื้อ โดยห้ามเรียกร้องหรือบังคับให้ตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีเป็นเงื่อนไขในการรับเข้าเรียน การเรียน หรือการศึกษาต่อ และให้มีระบบรักษาความลับ ไม่เปิดเผยการมีเชื้อเอชไอวีของนักเรียนนักศึกษาแก่บุคคลอื่น
ประกาศครอบคลุมตั้งแต่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กถึงมหาวิทยาลัยและหน่วยงานด้านการศึกษาอื่น ๆ ทุกสังกัด ทั้งรัฐ เอกชน และท้องถิ่น แต่ไม่ได้เอ่ยถึงทุนการศึกษา และไม่ได้เขียนบทลงโทษไว้
ฝั่งการบวช มติมหาเถรสมาคมเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2567 เรื่องการตรวจหาเชื้อเอชไอวี กรณีบรรพชาอุปสมบทแก่บุคคลทั่วไป บันทึกว่าที่ประชุมรับทราบความเห็นของกระทรวงสาธารณสุขว่าการติดเชื้อเอชไอวีไม่เข้าข่ายโรคที่กฎมหาเถรสมาคมให้งดเว้นการให้บวช และความเห็นของที่ปรึกษามหาเถรสมาคมว่าการบังคับให้ใครก็ตามตรวจหาเชื้อเอชไอวีไม่อาจกระทำได้ตามกฎหมาย แล้วมอบสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติแจ้งพระอุปัชฌาย์ให้ถือปฏิบัติ มติเขียนไว้ด้วยว่าไม่กระทบอำนาจของพระอุปัชฌาย์และเจ้าอาวาสที่จะคัดกรองผู้ขอบวช
ทั้งประกาศและมตินี้ยังอยู่ในหน้าคุ้มครองสิทธิของศูนย์รวมข้อมูลเอชไอวี กรมควบคุมโรค เมื่อเปิดอ่านวันที่ 7 ตุลาคม 2569
เรื่องงานเป็นเอกสารอีกชุด คือประกาศกระทรวงแรงงาน ปี 2563 ว่าด้วยเอดส์ในสถานประกอบกิจการ ที่หน้าของกองโรคเอดส์ฯ ระบุไว้ และข้อแนะนำขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ปี 2010 ซึ่งระบุว่าไม่ควรกำหนดให้คนทำงาน รวมถึงผู้สมัครงาน ต้องตรวจเอชไอวี ทั้งสองฉบับไม่ได้กล่าวถึงการรับเข้าเรียนหรือการบวช
คำขอแบบนี้มาในจังหวะไหน และพบมากแค่ไหน
กองโรคเอดส์ฯ ยกผลสำรวจดัชนีการตีตราและการเลือกปฏิบัติของผู้มีเชื้อเอชไอวีในประเทศไทย ปี 2566 มาแยกว่าคนถูกบังคับตรวจหรือถูกให้เปิดเผยสถานะในจังหวะไหนบ้าง ตัวเลขเป็นร้อยละของผู้มีเชื้อเอชไอวีที่ตอบแบบสำรวจ
| จังหวะที่ถูกบังคับตรวจหรือถูกให้เปิดเผยสถานะ | สัดส่วนที่กองโรคเอดส์ฯ ยกมา | ควรรู้หรือถามอะไรได้ |
|---|---|---|
| เพื่อรับการดูแลสุขภาพ | ร้อยละ 5.2 | ถามได้ว่าผลถูกบันทึกที่ไหนและใครเปิดดูได้ |
| เพื่อใช้สมัครงาน | ร้อยละ 4.3 | ดูเรื่องงานข้างบน |
| เพื่อขอวีซ่า หรือยื่นขอพำนักอาศัยหรือเป็นพลเมืองในประเทศ | ร้อยละ 1.6 | ให้ถามหน่วยงานของประเทศที่ยื่นขอ |
| เพื่อเข้าเรียนในสถาบันการศึกษา หรือรับทุนการศึกษา | ร้อยละ 1.2 | ดูประกาศปี 2560 ข้างบน ซึ่งไม่ได้เอ่ยถึงทุนการศึกษา |
หน้าของกองโรคเอดส์ฯ ยกมาสี่จังหวะ ซึ่งไม่ใช่ทุกจังหวะที่แบบสำรวจถาม และไม่ได้บอกจำนวนผู้ตอบ จึงไม่ควรอ่านตารางนี้ว่าจังหวะไหนพบมากที่สุด

เจอคำขอตรงหน้าแล้ว ควรพูดและเก็บอะไรไว้
ข้อต่อไปนี้เป็นข้อเสนอของบทความเอง ไม่ได้มาจากเอกสารข้างบน การถามหรือการไม่ยอมตรวจอาจทำให้อีกฝ่ายเดาเรื่องสถานะ จึงเลือกทำเท่าที่รู้สึกปลอดภัย และถามได้โดยไม่ต้องบอกเหตุผลหรือผลเลือดของตัวเอง
- ถามว่าเป็นข้อบังคับหรือเลือกได้ และถ้าไม่ตรวจจะเสียสิทธิอะไร คำตอบข้อนี้บอกว่าการตรวจถูกใช้เป็นเงื่อนไขหรือไม่
- ขอให้ชี้ว่าข้อนี้เขียนไว้ที่ไหน ใครเป็นคนกำหนด และผลตรวจจะไปอยู่กับใคร
- จดวัน เวลา ชื่อหน่วยงาน และถ้อยคำที่ได้ยิน ถ่ายเก็บแบบฟอร์มหรือเอกสารที่ได้รับมาไว้ด้วย
- ยังไม่จำเป็นต้องตอบทันที ขอเวลากลับไปอ่านเอกสารและปรึกษาก่อนได้ โดยถามวันสุดท้ายที่ต้องยื่นไว้ด้วย
ถ้าเรื่องไม่จบที่โต๊ะนั้น เว็บนี้เขียนเรื่องการร้องเรียนแยกไว้ที่ ร้องเรียนเมื่อถูกเลือกปฏิบัติ เพราะเป็น LGBTQ+ และมีเอชไอวี
เป็นคนหลากหลายทางเพศ ถ้าคำขอนี้พ่วงคำถามเรื่องตัวตน ตอบแค่ไหน
คำขอผลตรวจอาจมาพร้อมคำถามที่ไม่เกี่ยวกับการรับเข้า เช่น อยู่กับใคร หรือทำไมต้องไปตรวจบ่อย คำตอบเรื่องหนึ่งอาจถูกเอาไปเดาอีกเรื่อง ทั้งเรื่องสุขภาพและเรื่องตัวตน สิ่งที่ทำได้คือตอบเท่าที่เกี่ยวกับเรื่องที่มาติดต่อ การไม่ตอบคำถามที่ไม่เกี่ยวไม่ใช่การปิดบัง
สำหรับคนข้ามเพศ ชื่อและคำนำหน้าในเอกสารอาจไม่ตรงกับตัวตนที่ใช้จริง การยื่นเอกสารจึงอาจเปิดเรื่องตัวตนไปด้วยโดยไม่ได้เลือก การรู้ล่วงหน้าว่าต้องยื่นอะไร และเตรียมประโยคสั้น ๆ ไว้อธิบายชื่อในเอกสาร อาจช่วยให้ตั้งตัวได้ทัน คลังความรู้ของมูลนิธิเพื่อรักรวมเรื่องสิทธิไว้ที่ สิทธิ LGBTQ+ ในประเทศไทย: รู้สิทธิ ใช้สิทธิ และบันทึกเมื่อถูกละเมิด
การมีเรื่องส่วนตัวที่ไม่อยากบอกไม่ใช่ความผิด ถ้ายังรู้สึกผิดค้างอยู่หลายวัน ลองอ่าน ตีตราตัวเองเพราะเป็น LGBTQ+ และมีเอชไอวี คลายได้อย่างไร แล้วคุยกับคนที่ไว้ใจ โดยเลือกเองว่าจะเล่าแค่ไหน


คำถามที่พบบ่อย
สถานศึกษาใส่เอชไอวีไว้ในแบบฟอร์ม ต้องทำตามไหม
ประกาศปี 2560 ห้ามเรียกร้องหรือบังคับให้ตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีเป็นเงื่อนไขในการรับเข้าเรียน ส่วนแบบฟอร์มของแต่ละที่ บทความนี้ตอบแทนไม่ได้ ถ้าเห็นเอชไอวีในรายการ ถามได้ว่าบังคับหรือเลือกได้ และผลจะส่งให้ใครอ่าน
เขาบอกว่าตรวจไว้ดีกับตัวเราเอง เส้นแบ่งอยู่ตรงไหน
ทั้งกองโรคเอดส์ฯ และประกาศเรื่องสถานศึกษาใช้คำว่า "เป็นเงื่อนไข" ถ้าไม่ตรวจแล้วไม่ได้รับเข้า การตรวจนั้นกำลังถูกใช้เป็นเงื่อนไข แม้คนพูดจะตั้งใจดีก็ตาม
บวชสั้น ๆ ไม่กี่วัน ใช้หลักเดียวกับบวชระยะยาวไหม
มติมหาเถรสมาคมปี 2567 ใช้คำว่ากรณีบรรพชาอุปสมบทแก่บุคคลทั่วไป ไม่ได้แยกตามระยะเวลาที่บวช และเขียนว่าไม่กระทบอำนาจของพระอุปัชฌาย์กับเจ้าอาวาสในการคัดกรองผู้ขอบวช ถ้าวัดยังขอผลตรวจและรู้สึกปลอดภัยพอ บอกได้ว่ามีมติเรื่องนี้
ยอมตรวจไปแล้วและผลอยู่ในมือเขา ทำอะไรได้อีก
ยังทำได้ จดว่าใครขอ ขอเมื่อไร ด้วยถ้อยคำอย่างไร แล้วถามว่าผลเก็บไว้ที่ไหนและใครเปิดดูได้ สำหรับสถานศึกษา ประกาศปี 2560 ให้มีระบบรักษาความลับด้วย
จะไปเรียนหรือทำงานต่างประเทศ ต้องถามใคร
เอกสารข้างบนเป็นของหน่วยงานในไทย บทความนี้ไม่ได้เปิดเกณฑ์ของประเทศอื่น ให้ถามสถานทูตหรือสถาบันปลายทางว่าต้องยื่นผลตรวจอะไรบ้าง ถามเป็นคำถามทั่วไปได้ ไม่ต้องบอกสถานะของตัวเอง
สรุป
- กองโรคเอดส์ฯ นับการบังคับตรวจเลือดเพื่อเป็นเงื่อนไขในการทำงานหรือกิจกรรมอื่น ๆ ว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ
- ฝั่งสถานศึกษา ประกาศปี 2560 ห้ามเรียกร้องหรือบังคับให้ตรวจเป็นเงื่อนไขในการรับเข้าเรียน การเรียน หรือการศึกษาต่อ แต่ไม่ได้เอ่ยถึงทุนการศึกษา
- ฝั่งการบวช มติมหาเถรสมาคมปี 2567 รับทราบความเห็นของที่ปรึกษาว่าการบังคับให้ใครก็ตามตรวจหาเชื้อเอชไอวีไม่อาจกระทำได้ตามกฎหมาย และเขียนว่ามติไม่กระทบอำนาจของพระอุปัชฌาย์กับเจ้าอาวาสในการคัดกรองผู้ขอบวช
- ตรงหน้า ถามได้ว่าบังคับหรือเลือกได้ ขอให้ชี้ที่มาของข้อกำหนด จดเหตุการณ์ไว้ และขอเวลาคิดได้ โดยไม่ต้องบอกผลเลือดของตัวเอง ส่วนคำถามเรื่องตัวตน ตอบเท่าที่เกี่ยวได้
ส่วนเรื่องการรักษา ศูนย์รวมข้อมูลเอชไอวีของกรมควบคุมโรคระบุว่าเมื่อมีเชื้อเอชไอวี เข้าสู่ระบบการรักษาได้ทันที ฟรี ครอบคลุมทุกสิทธิการรักษา
หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ

แหล่งอ้างอิง
- กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค — หยุดบังคับตรวจ หยุดใช้เอชไอวีเป็นเงื่อนไข
- คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ — ประกาศนโยบายการไม่เลือกปฏิบัติต่อผู้มีเชื้อเอชไอวีในสถานศึกษา 27 มกราคม 2560 ใช้อ้างข้อห้ามบังคับตรวจและการรักษาความลับ
- มหาเถรสมาคม — มติที่ 313/2567 เรื่องการตรวจหาเชื้อเอชไอวี กรณีบรรพชาอุปสมบทแก่บุคคลทั่วไป ใช้อ้างข้อความของมติและอำนาจคัดกรองของพระอุปัชฌาย์
- องค์การแรงงานระหว่างประเทศ — ข้อแนะนำว่าด้วยเอชไอวีและเอดส์กับโลกของการทำงาน
- ศูนย์รวมข้อมูลเอชไอวี กรมควบคุมโรค — สิทธิประโยชน์ด้านเอชไอวี