ใช้สารตอนมีเซ็กส์ บอกทีมรักษาได้ และแนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2564/2565 ของกรมควบคุมโรค ก็เขียนให้ทีมรักษาถามเรื่องนี้เอง โดยเฉพาะกับชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย เหตุผลที่แนวทางให้ไว้คือ สารที่ใช้เพื่อให้ความรู้สึกทางเพศอยู่นานขึ้นเพิ่มโอกาสเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นอย่างมาก อาจมีภาวะแทรกซ้อนจากตัวสาร และบางรายมีปฏิกิริยากับยาต้านเอชไอวีที่กินอยู่
ผู้เขียนแนะนำว่าอย่าหยุด เว้น หรือเปลี่ยนยาต้านเอชไอวีเองเพราะจะใช้สาร ให้คุยกับแพทย์ก่อน และถ้ามีอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินหลังใช้สาร หรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที หรือโทร 1669 ซึ่งสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติระบุว่าเป็นเบอร์สำหรับเจ็บป่วยฉุกเฉิน
ใช้สารตอนมีเซ็กส์ บอกทีมรักษา เพราะแนวทางไทยให้ทีมถามเรื่องนี้
สำหรับผู้มีเชื้อเอชไอวีทุกคน ตารางการติดตามการดูแลของแนวทางเอชไอวีของไทยปี 2564/2565 ให้ซักประวัติเรื่องวิถีชีวิต รวมถึงการใช้สาร ตั้งแต่ครั้งแรกและในปีต่อ ๆ ไป
ส่วนตารางคำแนะนำการดูแลผู้มีเชื้อเอชไอวีที่เป็นชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและบุคคลข้ามเพศ ให้ทีมรักษาซักประวัติการใช้สารขณะมีเพศสัมพันธ์ (chemsex) และให้คำแนะนำที่เหมาะสม และเขียนให้ทีมเข้าใจบริบทว่าบางคนยังไม่เปิดเผยทั้งสถานะเอชไอวีและอัตลักษณ์ทางเพศ รวมถึงปัญหาด้านจิตใจและครอบครัว
ถ้าคุณไม่สะดวกตอบบางข้อ บอกทีมได้ว่ายังไม่พร้อม
ยาต้านบางกลุ่มกับสารบางชนิด ทำไมแพทย์ต้องรู้
แนวทางเอชไอวีของไทยปี 2564/2565 มีตารางเรื่องยาต้านเอชไอวีกับสารที่ใช้เพื่อความบันเทิง บางคู่ในตารางอาจทำให้ระดับสารในร่างกายสูงขึ้น และอาจได้รับสารเกินขนาด บางคู่ไม่มีปฏิกิริยาต่อกัน ผลจึงขึ้นกับว่าคุณกินยาต้านสูตรไหน และใช้สารอะไร ซึ่งแพทย์เป็นผู้ดูและตัดสินว่าต้องปรับอะไรหรือไม่ ส่วนคำว่าไม่มีปฏิกิริยาในตารางหมายถึงไม่มีปฏิกิริยากับยาต้านเท่านั้น ไม่ได้แปลว่าสารนั้นปลอดภัย
แนวทางเดียวกันยังเขียนว่า ถ้าใช้ยาต้านกลุ่มหนึ่งร่วมกับยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศตัวหนึ่ง อาจเกิดการได้รับยาเกินขนาด ผู้เขียนแนะนำให้บอกชื่อสารและยาที่ใช้ตามจริง อย่าหยุด เว้น หรือเปลี่ยนยาต้านเอชไอวีเองเพื่อจะใช้สาร อย่าปรับยาตัวอื่นเอง ให้แพทย์เป็นผู้ตัดสิน และถ้ามีอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินหลังใช้ ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที


นอกจากเรื่องยา แนวทางให้คลินิกดูแลอะไรอีก
ตารางคำแนะนำของชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและบุคคลข้ามเพศในแนวทางเดียวกันเขียนเรื่องสุขภาพจิตและการใช้สารไว้หลายข้อ เช่น
- ให้คัดกรองสุขภาพจิตและการใช้สารก่อนเริ่มการรักษา และติดตามเรื่องสุขภาพจิต ปัญหาครอบครัว และปัญหาเศรษฐกิจและสังคม อย่างน้อยปีละครั้ง
- คนที่มีประวัติใช้สารควรได้รับการประเมินซ้ำอย่างน้อยทุก 3 เดือน และถ้ายังใช้ต่อเนื่อง ควรส่งต่อเข้ารับการรักษาหรือบำบัดร่วมด้วย
- ถ้าพบปัญหาสุขภาพจิต ให้พิจารณาปรึกษาจิตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับประชากรกลุ่มนี้
สำหรับผู้มีเชื้อเอชไอวีทุกคน ตารางการติดตามการดูแลของแนวทางเดียวกันให้ประเมินด้านจิตใจทุกรายในครั้งแรกที่มารับบริการ โดยอาจใช้แบบประเมินความเครียดด้วยตนเอง แบบประเมินภาวะซึมเศร้าของกรมสุขภาพจิต และแบบประเมินการฆ่าตัวตายเมื่อมีความคิดฆ่าตัวตาย
ส่วนบทเรื่องการลดอันตรายจากการใช้สาร แนวทางเดียวกันเขียนว่ามาตรการนี้มีหลักฐานรองรับมาก ทำได้โดยไม่ต้องรอให้เลิกใช้สาร และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของคนที่ใช้สารไม่ว่าด้วยวิธีใด ไม่ใช่เฉพาะคนที่ฉีด
ถ้ามีความคิดทำร้ายตัวเอง ผู้เขียนแนะนำให้ไปห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที ถ้านอนไม่หลับ ตระหนก หรือกังวลใจ และอยากปรึกษา ประกาศของศูนย์สุขภาพจิตที่ 7 กรมสุขภาพจิต ลงวันที่ 29 มีนาคม 2568 เขียนว่าโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง (เปิดอ่าน 29 ตุลาคม 2569) สายนี้เป็นสายปรึกษา
ถ้าอยากคุยกับคนในชุมชนที่เข้าใจ อ่านต่อได้ที่ กลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน เอชไอวี สำหรับ LGBTQ+ หาที่ไหน
ยังไม่พร้อมเล่าทุกอย่าง เริ่มจากตรงไหนได้
ผู้เขียนแนะนำให้เตรียมเรื่องที่แนวทางให้ทีมรักษาถามอยู่แล้วไปเล่าก่อน เช่น
- ใช้สารอะไร ใช้บ่อยแค่ไหน และใช้ด้วยวิธีใด
- เคยใช้เข็มหรืออุปกรณ์ร่วมกับคนอื่นหรือไม่
- ช่วงที่ใช้สาร ลืมกินยาต้านหรือกินไม่ตรงเวลาบ้างไหม
- ช่วงนี้เครียด เศร้า หรือมีเรื่องครอบครัวที่หนักใจหรือไม่
ข้อเหล่านี้ไม่ได้มีไว้ให้ตัดสินเองว่าเรื่องของคุณไม่ต้องบอก รายการนี้ผู้เขียนเรียบเรียงเอง ไม่ใช่แบบฟอร์มของคลินิก ส่วนการลืมกินยาต้าน และอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินหลังใช้สาร ผู้เขียนแนะนำว่าไม่ควรรอจนพร้อมเล่า ให้บอกทีมรักษาหรือไปห้องฉุกเฉินทันทีตามกรณี
ก่อนเล่า ถามทีมได้ว่าจะบันทึกไว้อย่างไร และใครจะรู้บ้าง ถ้ายังลังเลเรื่องการเปิดตัวกับหมอ หรือกังวลเรื่องการบันทึกแฟ้ม อ่านต่อได้ที่ LGBTQ+ มีเอชไอวี เปิดตัวกับหมอที่คลินิกดีไหม


คำถามที่พบบ่อย
ใช้แค่นาน ๆ ครั้ง ต้องบอกไหม
แนวทางเอชไอวีของไทยปี 2564/2565 ให้ทีมรักษาซักประวัติการใช้สารขณะมีเพศสัมพันธ์ และเขียนว่าคนที่ใช้ส่วนใหญ่ไม่คิดว่าตัวเองมีปัญหาจากการใช้ ผู้เขียนไม่พบในแนวทางว่าใช้บ่อยแค่ไหนจึงต้องบอก ผู้เขียนแนะนำให้บอกตามจริงแม้ใช้นาน ๆ ครั้ง เพราะแพทย์ต้องรู้เพื่อดูเรื่องยาต้านที่คุณกินอยู่
บอกแล้ว จะถูกหยุดการรักษาเอชไอวีไหม
ตารางของชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและบุคคลข้ามเพศในแนวทางเอชไอวีของไทยปี 2564/2565 เขียนว่า ถ้ายังใช้สารต่อเนื่อง ให้ส่งต่อเข้ารับการรักษาหรือบำบัดร่วมด้วย ผู้เขียนไม่พบในแนวทางที่เปิดอ่านว่าให้หยุดการรักษาเอชไอวีเพราะใช้สาร ถ้ากังวลเรื่องการส่งต่อ ผู้เขียนแนะนำให้ถามทีมรักษาว่าจะส่งต่อไปที่ไหน ใครจะรู้เรื่องนี้บ้าง และขั้นตอนเป็นอย่างไร
ใช้สารแล้วลืมกินยาต้าน ทำอย่างไร
ตารางการติดตามการดูแลในแนวทางเอชไอวีของไทยปี 2564/2565 ให้ประเมินการกินยาต้านทุกครั้งที่มารับบริการ ผู้เขียนแนะนำให้บอกทีมรักษาตรง ๆ โดยไม่ต้องรอถึงวันนัด ว่าลืมกินช่วงไหน และถามว่าถ้าลืมอีกต้องทำอย่างไร อย่าแก้เองด้วยการเพิ่มหรือหยุดยา
ฉีดสารหรือใช้อุปกรณ์ร่วมกัน ต้องตรวจอะไรเพิ่ม
แนวทางเอชไอวีของไทยปี 2564/2565 เขียนว่าผู้มีเชื้อเอชไอวีที่ใช้สารด้วยวิธีฉีดมักมีไวรัสตับอักเสบซีร่วมด้วย ตารางการตรวจของแนวทางเดียวกันให้ตรวจไวรัสตับอักเสบซีตั้งแต่ครั้งแรกที่ทราบว่ามีเชื้อเอชไอวี และให้ตรวจซ้ำในบางกรณี เช่น คนที่ยังใช้สารด้วยวิธีฉีด ผู้เขียนแนะนำให้บอกทีมรักษาว่าเคยใช้เข็มหรืออุปกรณ์ร่วมกัน แล้วถามว่าควรตรวจอะไรเพิ่ม
ถ้าเพื่อนเจ็บป่วยฉุกเฉินระหว่างใช้สาร ทำอย่างไร
ผู้เขียนแนะนำให้พาไปห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที หรือโทร 1669 ซึ่งหน้าแรกของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติที่เปิดอ่านเมื่อ 29 ตุลาคม 2569 ระบุว่าเป็นเบอร์สำหรับเจ็บป่วยฉุกเฉิน และบอกเจ้าหน้าที่ตามจริงว่าใช้อะไร
สรุป
- แนวทางเอชไอวีของไทยปี 2564/2565 ให้ทีมรักษาถามเรื่องการใช้สารขณะมีเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะกับชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย และตารางของแนวทางเขียนว่ายาต้านบางกลุ่มมีปฏิกิริยากับสารบางชนิด บางคู่อาจเกิดการได้รับสารเกินขนาด
- แนวทางเดียวกันให้คัดกรองสุขภาพจิตและการใช้สาร และตารางของชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและบุคคลข้ามเพศให้ส่งต่อเข้ารับการรักษาหรือบำบัดร่วมด้วยเมื่อยังใช้ต่อเนื่อง
- ผู้เขียนแนะนำว่าอย่าหยุด เว้น หรือเปลี่ยนยาต้านเอชไอวีเอง ให้แพทย์เป็นผู้ตัดสิน ถ้ามีอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินหลังใช้สาร หรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันทีหรือโทร 1669
อ่านเรื่องความหลากหลายทางเพศเพิ่มเติมได้ที่หน้า ความหลากหลายคือส่วนหนึ่งของเรา ของมูลนิธิเพื่อรัก (Love Foundation)
หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ

แหล่งอ้างอิง
- แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2564/2565 กรมควบคุมโรค
- สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ปรึกษาได้ตลอด 24 ชม. ประกาศของศูนย์สุขภาพจิตที่ 7 กรมสุขภาพจิต 29 มีนาคม 2568 เปิดอ่านเมื่อ 29 ตุลาคม 2569
- สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) หน้าแรก เจ็บป่วยฉุกเฉิน โทร. 1669 เปิดอ่านเมื่อ 29 ตุลาคม 2569