วัยรุ่น LGBTQ+ เพิ่งรู้ผลบวกเอชไอวี ทีมรักษามีบทบาทมากกว่าการจ่ายยา แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีของไทย ฉบับปี 2564/2565 มีภาคผนวกเรื่องการดูแลวัยรุ่นที่เพิ่งพบเชื้อแบบองค์รวม เขียนให้ทีมรับฟังมากกว่าสั่งสอน ช่วยหาเหตุผลเมื่อกินยาไม่สม่ำเสมอมากกว่าการตำหนิ เคารพการตัดสินใจว่าจะบอกสถานะกับใครหรือไม่ คุยเรื่องเพศและการวางแผนชีวิต และเตรียมการย้ายไปคลินิกผู้ใหญ่
ภาคผนวกนี้เขียนถึงวัยรุ่นที่มีเชื้อทุกคน ไม่ได้แยกบทสำหรับคนหลากหลายทางเพศ และบทความนี้เล่าว่าเอกสารของกรมควบคุมโรคเขียนให้ทีมทำอะไร ไม่ได้รับรองว่าทุกคลินิกทำแบบนี้
วัยรุ่น LGBTQ+ เพิ่งรู้ผลบวก เจอเรื่องอะไรนอกจากเรื่องสุขภาพ
แนวทางเขียนว่าวัยรุ่นที่มีเชื้อมีสองกลุ่มสำคัญ คือกลุ่มที่ได้รับเชื้อตั้งแต่วัยทารก และกลุ่มที่ได้รับเชื้อจากเพศสัมพันธ์ กลุ่มหลังมักเจอการตีตราและการเลือกปฏิบัติจากเพศวิถี และไม่กล้าบอกคนในครอบครัวว่ามีเชื้อ แนวทางขอให้ทีมเข้าใจด้วยว่าคนที่อยู่ร่วมกับเชื้อให้ความสำคัญกับการรักษาความลับ ไม่อยากถูกปฏิบัติต่างจากคนอื่น และอยากทำสิ่งต่าง ๆ ได้เหมือนคนทั่วไป รวมถึงการมีคนรักและมีครอบครัว
รายงานดัชนีการตีตราผู้มีเชื้อเอชไอวีของไทย (Stigma Index 2.0) ปี 2565–2566 มีส่วนสัมภาษณ์เชิงลึกชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายที่มีเชื้อ 30 คน อายุ 20–59 ปี ส่วนใหญ่อยู่ภาคเหนือ ทุกคนเล่าว่าเคยเจอประสบการณ์แย่ ๆ เรื่องเพศวิถีตั้งแต่เด็ก เช่น ถูกล้อหรือถูกรังแก ทุกคนยอมรับสถานะเอชไอวีของตัวเองได้ยาก มีความเครียดและความกังวล มักปิดสถานะไว้ และให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวเวลาไปรับบริการ ทุกคนเป็นผู้ใหญ่ ไม่ใช่วัยรุ่น
แนวทางไทยเขียนให้ทีมรักษาดูแลวัยรุ่นแบบไหน
ภาคผนวกให้ดูแลแบบยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง ทีมควรรับฟังอย่างใส่ใจ ค้นหาความต้องการของวัยรุ่นแต่ละคน และส่งเสริมให้วัยรุ่นหาทางออกด้วยตัวเอง มากกว่าชี้นำหรืออบรมสั่งสอนให้เป็นไปตามที่ทีมคาดหวัง หลักการให้การปรึกษาคือพูดให้น้อยลงและฟังให้มากขึ้น แนวทางเขียนด้วยว่าควรมีการคุยกันระหว่างทีม วัยรุ่น และครอบครัว เพื่อวางแผนดูแลระยะยาว
ผู้เขียนแนะนำให้บอกทีมตั้งแต่ครั้งแรกว่าครอบครัวรู้เรื่องสถานะหรือเรื่องเพศวิถีของคุณแล้วหรือยัง เพราะแนวทางให้ทีมคุยกับครอบครัวด้วย
แนวทางเขียนว่าการจัดค่ายวัยรุ่นที่มีเชื้อช่วยให้ทีมและครอบครัวเข้าใจวัยรุ่นมากขึ้น และเปิดโอกาสให้วัยรุ่นแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับวัยรุ่นคนอื่น ถ้ายังไม่มีค่ายใกล้ตัว อ่านเรื่องกลุ่มเพื่อนได้ที่ กลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน เอชไอวี สำหรับ LGBTQ+ หาที่ไหน


กินยาไม่สม่ำเสมอ แนวทางให้ทีมช่วยหาเหตุผลมากกว่าดุ
แนวทางเขียนว่าวัยรุ่นส่วนใหญ่มีความรู้เรื่องการกินยา แต่จำนวนไม่น้อยขาดวินัยในการกินยา ทีมและครอบครัวควรหาเหตุผลเบื้องหลัง ซึ่งเกี่ยวพันกับการรักษาความลับ การถูกตีตรา และสภาพจิตใจและสังคมของครอบครัว และควรทำให้วัยรุ่นไว้ใจ ให้กำลังใจ อดทนรอ และผ่อนปรนตามสมควร ซึ่งแนวทางเขียนว่ามักได้ผลดีกว่าการตำหนิหรือดุด่า
ผู้เขียนแนะนำให้บอกทีมตรง ๆ ว่าพลาดยาเพราะอะไร เช่น ต้องซ่อนยาจากคนในบ้าน เพื่อวางแผนร่วมกัน และอย่าหยุดหรือเปลี่ยนยาต้านเอชไอวีเอง
จะบอกใครหรือไม่บอก แนวทางให้ทีมเคารพการตัดสินใจ
แนวทางเขียนว่าทีมผู้รักษาควรเคารพการตัดสินใจของวัยรุ่นที่จะบอกหรือไม่บอกสถานะกับคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว เพื่อนสนิท หรือคนรัก และเล่าว่าวัยรุ่นมักบอกแฟนเมื่อมั่นใจว่าความสัมพันธ์ขยับเป็นคู่รักแล้ว ถ้าจะบอกครอบครัว มีวิธีเลือกจังหวะใน บอกครอบครัวว่าเป็น LGBTQ+ และมีเอชไอวี ควรบอกพร้อมกันหรือแยกกัน
ถ้าอายุต่ำกว่า 18 ปี ภาคผนวกอีกส่วนของแนวทางเดียวกันเขียนว่า การกินยาต้านเอชไอวีต้องมีผู้ปกครองมาด้วยเพื่อสนับสนุนการกินยา ถ้าไม่มีให้ทีมให้การปรึกษา ส่วนคู่มือเรื่องเริ่มยาต้านในวันเดียวกับวันตรวจของกรมควบคุมโรค ปี 2564 เขียนถึงวัยรุ่นอายุ 13–18 ปีที่ได้รับเชื้อจากเพศสัมพันธ์ว่า จะต้องบอกผลเลือดกับพ่อแม่ก่อนเริ่มยาหรือไม่ ให้ประเมินเป็นรายครอบครัว และค่อย ๆ บอกไปพร้อมการเริ่มยาได้ ผู้เขียนแนะนำให้ถามทีมตั้งแต่ครั้งแรกว่าใครจะได้รู้ผล และกรณีของคุณต้องทำอย่างไร
มีข้อยกเว้นที่รอไม่ได้ ถ้าคนรักเพิ่งมีเพศสัมพันธ์กับคุณโดยไม่ได้ป้องกันหรือถุงยางแตก คนรักควรไปขอประเมินเป๊ป (ยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อ) โดยเร็วที่สุด ไม่เกิน 72 ชั่วโมง ถ้าเลยแล้วก็ยังควรไปพบแพทย์ เพราะแนวทางให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาเป็นราย ๆ ไป ผู้เขียนแนะนำให้ปรึกษาทีมรักษาทันทีว่าจะบอกคนรักอย่างไร

ย้ายไปคลินิกผู้ใหญ่ ดูที่ความพร้อมมากกว่าอายุ
ถ้าเริ่มดูแลที่คลินิกเด็ก แนวทางให้ย้ายไปคลินิกผู้ใหญ่อย่างเป็นขั้นตอน เวลาที่ย้ายขึ้นกับความพร้อมของวัยรุ่นแต่ละคนมากกว่าอายุ วัยรุ่นควรมีส่วนเลือกคลินิกผู้ใหญ่ที่ต้องการ ทีมคลินิกเด็กควรประสานงานและพาไปส่งในครั้งแรก ๆ และควรติดตามหลังย้ายอย่างน้อย 1 ปี แนวทางเขียนด้วยว่าคลินิกผู้ใหญ่ควรจัดบริการที่เป็นมิตรกับวัยรุ่นและยืดหยุ่น
ก่อนย้าย แนวทางให้ทีมทบทวนความรู้กับวัยรุ่น เช่น เรื่องการรักษา การป้องกันการถ่ายทอดเชื้อ การบอกสถานะกับคนรัก และการวางเป้าหมายชีวิต

คำถามที่พบบ่อย
คุยเรื่องแฟนหรือเรื่องเซ็กส์กับทีมรักษาได้ไหม
ได้ แนวทางเอชไอวีของไทย ปี 2564/2565 ให้ทีมคุยเรื่องเพศวิถีศึกษากับวัยรุ่น เช่น เพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย ทักษะการปฏิเสธการมีเพศสัมพันธ์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การคุมกำเนิด การบอกผลเลือดกับคนรัก และการชวนคนรักมาตรวจ
คุยเรื่องการเรียนหรือการงานกับทีมได้ไหม
ได้ แนวทางเอชไอวีของไทย ปี 2564/2565 ให้ทีมส่งเสริมให้วัยรุ่นมั่นใจที่จะใช้ชีวิตตามปกติเหมือนวัยรุ่นทั่วไป และสนับสนุนให้วางแผนชีวิตทั้งด้านการเรียนและการทำงานในอนาคต
เพื่อนหรือแฟนเอาฉลากยาไปค้นข้อมูล ทำอย่างไรดี
ผู้เขียนแนะนำให้ปรึกษาทีมหรือเภสัชกรเรื่องวิธีเก็บยาที่เป็นส่วนตัวและยังใช้ได้ถูกต้อง รายงาน Stigma Index 2.0 ของไทย ปี 2565–2566 มีส่วนสัมภาษณ์คนหนุ่มสาวที่มีเชื้อ 24 คน อายุ 19–25 ปี บางคนเล่าว่าเพื่อนหรือคนรักเอาฉลากยาไปค้นข้อมูลในอินเทอร์เน็ตโดยไม่ขออนุญาต ซึ่งผู้ให้สัมภาษณ์มองว่าละเมิดสิทธิ ส่วนใหญ่มีวิธีเก็บยาไม่ให้คนอื่นเห็น บางคนอธิบายเรื่องยาให้เพื่อนฟังหลังถูกละเมิดความเป็นส่วนตัวแบบนี้ และบางคนเลือกบอกเพื่อนหรือคนรักหลังจากมีความเข้าใจและการยอมรับในระดับหนึ่งแล้ว
อายุ 18 ปีขึ้นไปแล้ว เรื่องไหนในบทความนี้ยังใช้ได้
ภาคผนวกเรื่องการดูแลวัยรุ่นในแนวทางเอชไอวีของไทย ปี 2564/2565 ไม่ได้กำหนดช่วงอายุไว้ ส่วนข้อเรื่องผู้ปกครองกับการกินยาต้านเขียนไว้สำหรับคนอายุต่ำกว่า 18 ปี และแนวทางเดียวกันให้ดูแลรักษาวัยรุ่นที่เพิ่งได้รับเชื้อและเติบโตเต็มที่แล้วตามคำแนะนำสำหรับผู้ใหญ่
รู้สึกเครียดหรือยังรับตัวเองไม่ได้ บอกทีมได้ไหม
ได้ คู่มือของกรมควบคุมโรค ปี 2564 ให้ทีมประเมินสุขภาพใจของวัยรุ่นอายุ 13–18 ปี ก่อนเริ่มยาต้านและทุกครั้งที่มารับยา เช่น ภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวล และความคิดฆ่าตัวตาย ผู้เขียนแนะนำให้บอกทีมได้เลยโดยไม่ต้องรอนัด และถ้ามีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที

สรุป
- แนวทางการรักษาเอชไอวีของไทย ฉบับปี 2564/2565 มีภาคผนวกเรื่องดูแลวัยรุ่นที่เพิ่งพบเชื้อแบบองค์รวม ให้ทีมรับฟังมากกว่าสั่งสอน
- กินยาไม่สม่ำเสมอ แนวทางให้ทีมหาเหตุผลและให้กำลังใจมากกว่าตำหนิ อย่าหยุดหรือเปลี่ยนยาต้านเอชไอวีเอง
- แนวทางให้ทีมเคารพการตัดสินใจเรื่องบอกหรือไม่บอกสถานะ ถ้าอายุต่ำกว่า 18 ปี ผู้เขียนแนะนำให้ถามทีมตั้งแต่แรกเรื่องผู้ปกครอง
- ข้อยกเว้นที่รอไม่ได้ ถ้าคนรักเพิ่งมีเหตุเสี่ยงกับคุณ คนรักควรไปขอประเมินเป๊ปโดยเร็วที่สุด ไม่เกิน 72 ชั่วโมง ถ้าเลยแล้วก็ยังควรไปพบแพทย์
- แนวทางให้การย้ายไปคลินิกผู้ใหญ่ดูที่ความพร้อมมากกว่าอายุ และให้วัยรุ่นมีส่วนเลือกคลินิก
- ถ้าคิดทำร้ายตัวเอง ผู้เขียนแนะนำให้ไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดทันที
อ่านเรื่องอัตลักษณ์ สุขภาพใจ และบริการที่เป็นมิตรกับคนหลากหลายทางเพศต่อได้ที่มูลนิธิเพื่อรัก (Love Foundation) หน้า ความหลากหลายคือส่วนหนึ่งของเรา
หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ
แหล่งอ้างอิง
- แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2564/2565 กรมควบคุมโรค พิมพ์ครั้งที่ 1 สิงหาคม 2565
- The People Living with HIV Stigma Index 2.0 Thailand (2022–2023) นำโดย Thai Women Living with HIV Foundation เผยแพร่บนเว็บ AIDS Data Hub
- Service Manual for Promoting Same-day Antiretroviral Treatment Initiation กรมควบคุมโรค มีนาคม 2564 เรื่องเยาวชน 13–18 ปี