เปิดตัวกับหมอที่คลินิกเอชไอวีหรือไม่ เป็นการตัดสินใจของคุณ บอกเมื่อรู้สึกปลอดภัยพอ และเลือกบอกทีละเรื่องได้ แนวทางการรักษาเอชไอวีของไทยให้ทีมรักษาดูแลเรื่องเฉพาะของชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและคนข้ามเพศไปพร้อมกับเอชไอวี โดยให้เหตุผลว่าช่วยให้กินยาสม่ำเสมอและอยู่ในการรักษาได้ต่อเนื่อง

เปิดตัวกับหมอแล้ว การดูแลเอชไอวีเปลี่ยนตรงไหน

แนวทางการรักษาเอชไอวีของไทย ปี 2564/2565 มีหัวข้อเฉพาะเรื่องการดูแลผู้มีเชื้อเอชไอวีที่เป็นชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและบุคคลข้ามเพศ แนวทางเขียนว่าควรผสมการดูแลในประเด็นเฉพาะของคนกลุ่มนี้เข้ากับการดูแลเอชไอวี เพราะช่วยเรื่องการกินยาสม่ำเสมอ การมาติดตามการรักษา และการคงอยู่ในการรักษา หัวข้อนี้ไม่ได้เอ่ยถึงหญิงรักหญิงหรือกลุ่มอื่นใน LGBTQ+

เรื่องที่แนวทางของไทยให้ทีมรักษาดูแลคู่กับเอชไอวี ในชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและคนข้ามเพศ
เรื่อง สิ่งที่แนวทางให้ทีมรักษาทำ
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ถามอาการและตรวจคัดกรองในช่องทางที่มีเพศสัมพันธ์ ได้แก่ทวารหนัก ท่อปัสสาวะ ช่องปากและลำคอ ทุก 6 เดือน
ฮอร์โมน ซักประวัติการใช้ รวมถึงที่ซื้อใช้เอง และให้คำแนะนำเรื่องความเสี่ยง
สุขภาพใจ ประเมินก่อนเริ่มรักษาและติดตามอย่างน้อยปีละครั้ง โดยเข้าใจบริบทของการไม่เปิดเผยสถานะเอชไอวีและอัตลักษณ์ทางเพศ
อาหารเสริมและผลิตภัณฑ์ยา ถามทุกครั้งที่มารับบริการ แนวทางระบุว่าอาจมีปฏิกิริยากับยาต้านที่คาดเดาได้ยาก
การใช้สารขณะมีเพศสัมพันธ์ ซักประวัติและให้คำแนะนำ

สี่ในห้าแถวนี้ แนวทางให้ทีมรักษาถามหรือซักประวัติ คือข้อมูลที่ได้จากสิ่งที่คุณเล่า

อะไรทำให้หลายคนไม่กล้าบอกหมอ

งานทบทวนงานวิจัยในวารสารเวชปฏิบัติทั่วไปของอังกฤษ ปี 2561 รวมงาน 31 ชิ้น ผู้เข้าร่วมรวม 2,442 คน ว่าด้วยการเปิดเผยเพศวิถีกับบุคลากรสุขภาพ งานที่รวมมาทำในต่างประเทศ ไม่มีชิ้นใดระบุว่าทำในไทย และผู้เขียนบอกเองว่าผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่เป็นคนผิวขาววัยกลางคนที่มีการศึกษาดี

งานทบทวนนี้พบเหตุผลหลายอย่าง บางคนมองว่าเพศวิถีไม่เกี่ยวกับเรื่องที่มารักษา บางคนกลัวได้รับการดูแลที่แย่ลงหรือกลัวปฏิกิริยาของผู้ให้บริการ หลายคนกังวลว่าข้อมูลจะหลุดไปถึงเจ้าหน้าที่คนอื่น ครอบครัว หรือคนในชุมชน การถูกบันทึกลงเวชระเบียนก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่ง

ในไทย บทความของคลินิกแทนเจอรีน ซึ่งเป็นคลินิกสุขภาพคนข้ามเพศในกรุงเทพฯ เล่าว่า ที่ประชุมออกแบบบริการร่วมกับชุมชนคนข้ามเพศเมื่อปี 2558 เห็นว่าสิ่งที่บริการต้องมี รวมถึงผู้ให้บริการที่ไม่ตีตรา การรักษาความลับ และพื้นที่ปลอดภัย แนวทางการรักษาของไทยเองก็ให้ทีมรักษาเข้าใจบริบทของการไม่เปิดเผย ทั้งสถานะเอชไอวีและอัตลักษณ์ทางเพศ ถ้าคุณยังไม่ได้บอก นั่นไม่ใช่ความผิดของคุณ

Quicky

คนที่บอกแล้วได้รับการดูแลต่างออกไปไหม

งานวิจัยในสหรัฐฯ เก็บข้อมูลปี 2555 ถึง 2557 ที่คลินิกสุขภาพชุมชนสำหรับคนหลากหลายทางเพศในลอสแอนเจลิสและชิคาโก ผู้เข้าร่วมเป็นเกย์ ไบเซ็กชวล และชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย อายุ 18 ถึง 26 ปี ที่ไปพบผู้ให้บริการสุขภาพในรอบปี 817 คน ร้อยละ 64.3 เคยคุยเรื่องเพศวิถีหรือพฤติกรรมทางเพศกับผู้ให้บริการประจำ ในกลุ่มที่เคยคุย ร้อยละ 75.8 ตอบว่าได้ตรวจคัดกรองครบทั้งเอชไอวี ซิฟิลิส หนองใน และหนองในเทียมในรอบปี ส่วนกลุ่มที่ไม่เคยคุยได้ครบร้อยละ 51.4

งานนี้ไม่ได้ศึกษาผู้มีเชื้อเอชไอวีโดยเฉพาะ ผู้เข้าร่วมที่รายงานว่าผลตรวจเอชไอวีล่าสุดเป็นบวกมีร้อยละ 13.3 และเป็นการเก็บข้อมูลครั้งเดียว ผู้วิจัยจึงยืนยันไม่ได้ว่าการบอกเป็นสาเหตุให้ได้ตรวจครบ

ตัวอย่างในไทยมาจากบทความของคลินิกแทนเจอรีนฉบับเดียวกัน คลินิกปรับระบบบันทึกให้ใส่ชื่อที่ผู้รับบริการต้องการและอัตลักษณ์ทางเพศได้ และรับคนข้ามเพศเข้ามาอยู่ในทีม ตั้งแต่พฤศจิกายน 2558 ถึงพฤษภาคม 2566 มีหญิงข้ามเพศตรวจพบเชื้อที่คลินิก 471 คน เริ่มยาต้านได้ 440 คน และในกลุ่ม 322 คนที่รับยาต่อที่คลินิก ร้อยละ 98 กดไวรัสได้

ตัวเลขนี้มาจากคลินิกเดียวและไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ จึงบอกไม่ได้ว่าเป็นผลของการเปิดเผยตัวตน

ภาพแนะนำว่าสามารถเลือกบอกข้อมูลสุขภาพหรือเรื่องส่วนตัวกับแพทย์ทีละเรื่องได้ โดยเริ่มจากเรื่องที่สำคัญต่อการรักษาและรู้สึกสบายใจที่จะพูดก่อน

บอกแค่ไหน บอกอย่างไร เลือกทีละเรื่องได้

ไม่จำเป็นต้องเล่าทุกอย่างในครั้งเดียว งานทบทวน 31 ชิ้นข้างต้นพบว่าผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่ชอบให้ถามตรง ๆ แต่ส่วนน้อยไม่เห็นด้วย คำที่ไม่เหมาว่าทุกคนมีคู่ต่างเพศถูกมองว่าช่วยให้บอกง่ายขึ้น และคนส่วนใหญ่มีแนวโน้มบอกผู้ให้บริการที่รู้จักกันมานานมากกว่า คุณจึงเริ่มจากพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ที่คุ้นกันก่อนก็ได้ ประโยคตัวอย่างข้างล่างเราเรียบเรียงขึ้นเอง

  • เรื่องคู่และเพศสัมพันธ์ เช่น "แฟนผมเป็นผู้ชาย อยากให้ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ให้ตรงจุดด้วยครับ"
  • เรื่องฮอร์โมน เช่น "หนูใช้ฮอร์โมนอยู่ อยากรู้ว่าใช้คู่กับยาต้านต้องดูอะไรเพิ่มไหมคะ"
  • เรื่องของที่ใช้นอกเหนือจากยาที่หมอสั่ง เช่น "มีอาหารเสริมที่กินอยู่ ช่วยดูให้หน่อยว่าใช้กับยาต้านได้ไหม"
  • เรื่องชื่อและคำเรียก เช่น "ช่วยเรียกชื่อนี้แทนชื่อตามบัตรได้ไหมคะ"

เรื่องชื่ออ่านต่อได้ที่ ถูกเรียกชื่อตามบัตรที่คลินิก คนข้ามเพศทำอย่างไร

Love2Test

ถ้าบอกแล้วเจอท่าทีที่ไม่ดี ทำอะไรได้บ้าง

บทความของคลินิกแทนเจอรีนเขียนว่าในระดับโลกมีรายงานว่าผู้ให้บริการให้คำแนะนำตามอำเภอใจเรื่องการเลือกระหว่างยาต้านกับฮอร์โมนข้ามเพศ ส่วนแนวทางของไทยเขียนถึงหญิงข้ามเพศว่า ควรแนะนำตั้งแต่ต้นว่าใช้ฮอร์โมนร่วมกับยาต้านได้ โดยอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ผู้รักษา

หน้าความรู้ของกรมควบคุมโรคยกการปฏิเสธการรักษาและการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลเป็นตัวอย่างของการเลือกปฏิบัติ และเขียนว่าถ้าถูกละเมิดสิทธิ ร้องเรียนได้ที่ระบบ "สวัสดีปกป้อง" ซึ่งรับเรื่องการละเมิดสิทธิด้านเอดส์และเพศภาวะ ข้อมูลนี้ตามหน้าเว็บที่เราเปิดอ่านเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ขั้นตอนและช่องทางอื่นอ่านได้ที่ ร้องเรียนเมื่อถูกเลือกปฏิบัติ เพราะเป็น LGBTQ+ และมีเอชไอวี

ภาพรวมเรื่องสุขภาพและสิทธิของคนหลากหลายทางเพศอ่านต่อได้ที่หน้า ความหลากหลายคือส่วนหนึ่งของเรา ของมูลนิธิเพื่อรัก (Love Foundation)

คำถามที่พบบ่อย

ไม่บอกหมอว่าเป็นเกย์ ยาต้านจะได้ผลน้อยลงไหม

แหล่งข้อมูลที่เราเปิดอ่านไม่มีฉบับไหนเขียนว่ายาต้านได้ผลต่างกันตามเพศวิถี สิ่งที่แนวทางของไทยพูดถึงคือการดูแลที่มาคู่กัน ตามตารางข้างต้น

ใช้ฮอร์โมนข้ามเพศอยู่ ควรให้ทีมรักษารู้ไหม

ควรบอก แนวทางของไทยเขียนถึงหญิงข้ามเพศว่า โดยทั่วไปฮอร์โมนเอสโตรเจนไม่มีผลต่อระดับยาต้าน แต่ยาต้านมีผลต่อระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนได้ และใช้ร่วมกันได้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ผู้รักษา

ทีมรักษาถามเรื่องเพศสัมพันธ์ ต้องตอบทุกข้อไหม

ตอบเท่าที่คุณพร้อมได้ แนวทางของไทยให้ทีมรักษาถามอาการและตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในช่องทางที่มีเพศสัมพันธ์ ทุก 6 เดือน สำหรับชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและคนข้ามเพศ

เป็นไบเซ็กชวล มีแฟนเป็นผู้หญิงด้วย ต้องบอกไหม

เป็นการตัดสินใจของคุณ ในงานวิจัยสหรัฐฯ กับชายอายุ 18 ถึง 26 ปีข้างต้น คนที่ระบุว่าเป็นไบเซ็กชวลเคยคุยเรื่องนี้กับผู้ให้บริการในสัดส่วนน้อยกว่าคนที่ระบุว่าเป็นเกย์ ถ้าคุณเป็นผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายด้วย หัวข้อของแนวทางไทยข้างต้นก็ครอบคลุมคุณ

กลัวเรื่องนี้ถูกบันทึกลงแฟ้ม ถามคลินิกก่อนได้ไหม

ถามได้ งานทบทวนจากต่างประเทศข้างต้นพบว่าความกังวลเรื่องเวชระเบียนและความลับเป็นเหตุผลที่ทำให้คนไม่บอก คำถามตัวอย่างที่เราเรียบเรียง เช่น "ถ้าเล่าเรื่องนี้ จะบันทึกไว้ตรงไหน ใครเปิดดูได้บ้างคะ"

Chat Love2Test

สรุป

  • แนวทางการรักษาเอชไอวีของไทยให้ทีมรักษาดูแลเรื่องเฉพาะของชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและคนข้ามเพศคู่กับเอชไอวี
  • เรื่องที่แนวทางให้ถามหรือซักประวัติในสองกลุ่มนี้ ได้แก่ อาการของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ฮอร์โมน อาหารเสริม และการใช้สารขณะมีเพศสัมพันธ์
  • งานวิจัยในสหรัฐฯ กับชายอายุ 18 ถึง 26 ปี ซึ่งไม่ได้ศึกษาผู้มีเชื้อเอชไอวีโดยเฉพาะ พบว่ากลุ่มที่เคยคุยกับผู้ให้บริการได้ตรวจคัดกรองครบในสัดส่วนสูงกว่า แต่ยืนยันไม่ได้ว่าเป็นเหตุเป็นผลกัน

จะเปิดตัวกับหมอเมื่อไร แค่ไหน คุณเป็นคนกำหนด ขอเพียงอย่าให้ความกังวลเรื่องนี้ทำให้ขาดนัดหรือขาดยา

หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ

แหล่งอ้างอิง